จำนวนผู้เข้าชม : 138,927

เตือนสงกรานต์นี้ อย่าดื่มแล้วขับ ชูตัวอย่าง 7 วันอันตรายปี 67 อุบัติเหตุคร่าชีวิต 287 ราย

สสส. ร่วม สคอ.-ภาคี เดินหน้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ ชูแคมเปญ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร”เผยสถิติ 7 วันอันตรายปี 2567 อุบัติเหตุคร่าชีวิต 287 ราย ดื่มแล้วขับเป็นเหตุ 22.7%

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่าย แถลงข่าว “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาล  ชี้ให้เห็นโทษและผลกระทบของการดื่มแล้วขับที่มีความรุนแรงและสร้างความสูญเสีย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตรายช่วงเทศกาล 2567 พบ เกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง บาดเจ็บ 2,060 ราย เสียชีวิต 287 ราย สาเหตุเกิดจากขับเร็ว 41.49% ดื่มแล้วขับ 22.7% ตัดหน้ากระชั้นชิด 18.1% แม้การทำงานลดอุบัติเหตุทางถนนจะมีมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มข้น แต่จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการดื่มแล้วขับยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องป้องกัน เพื่อลดความสูญเสีย

สสส. จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน ดื่มไม่ขับ ไม่ขับเร็ว สงกรานต์นี้ สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” สื่อสารกระตุ้นเตือนให้คนตระหนักถึงผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ หลังถูกดูดซึมเข้าร่างกายส่งผลต่อการขับขี่ ทำให้ตอบสนองช้าลง ตัดสินใจเบรกไม่ทัน กะระยะผิดพลาด นำไปสู่อุบัติเหตุและการสูญเสีย การตัดสินใจขับขี่เพียงเสี้ยววินาทีอาจเป็นตัวแปรที่เปลี่ยนชีวิตของผู้ใช้ถนนไปตลอดกาล ชวนภาคีเครือข่ายร่วมสร้างวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทย ชวนสร้างพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัย-ปลอดเหล้า

สงกรานต์นี้ สสส. ร่วมกับ 1. มูลนิธิเมาไม่ขับและเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกว่า 100 เครือข่ายทั่วประเทศ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย 2. ร่วมกับเครือข่ายตำบลสุขภาวะ 2,000 แห่ง และมี 189 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 35 อำเภอ 20 จังหวัด ดำเนินการเข้มข้นดูแลประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้าง “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” และดูแลพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ใน 222 อำเภอเสี่ยง เน้นดื่มไม่ขับ-ไม่ขับเร็ว-สวมหมวกนิรภัย และตั้งด่านชุมชน-ด่านปากหวาน เน้นการป้องปรามและตักเตือนเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน 3. พร้อมสนับสนุนอาสาสมัครจราจร และเยาวชน Gen Z เฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง 4. ร่วมกับหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมขยายมาตรการ “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” สร้างความปลอดภัยในพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ร่วมกันผลักดัน “พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าปลอดภัย” กว่า 100 พื้นที่ มีถนนตระกูลข้าว ปลอดเหล้า 60 พื้นที่

 

 

นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไก ศปถ.ทุกระดับ ทั้ง ศปถ.กทม. ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน อปท. และอำเภอ  เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย และใช้กลไกสังคมเพื่อป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเน้นจัดการความเสี่ยง เร็ว เมา หมวก และกำหนดมาตรการเชิงรุกในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง การบรรทุกของหรือผู้โดยสารในกระบะท้ายในลักษณะที่อาจเกิดอันตราย และการทำประกันภัยภาคบังคับ ภาคสมัครใจ

“สำหรับพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ปลอดภัย (Zoning) ปภ. มีมาตรการดูแลทั้งความปลอดภัยในการเดินทาง ควบคู่กับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดอาชญากรรม ประชาสัมพันธ์ร้านค้าและสถานประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามเวลาที่กำหนด และห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และคนเมาสุรา สถานที่ห้ามขายและห้ามดื่ม พร้อมกำหนดโซนห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ซึ่งต้องดำเนินการร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน” นายดุสิต กล่าว

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้  สคอ. ร่วมกับ สสส. สนับสนุนการทำงานของกลไก ศปถ. หลัก ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการสื่อสารกระตุ้นเตือนสังคมให้รับรู้ถึงความเสี่ยง ความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาล โดยจะผลิตในรูปแบบสื่อรณรงค์ ภายใต้แคมเปญ “ดื่มแล้วขับ อาจเป็นฆาตกร” กระจายไปยังภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ และร่วมกับกลไก ศปถ.หลัก ติดตามเฝ้าระวังตลอด 7 วัน  พร้อมกับลงพื้นที่ค้นหาความจริงเพิ่มเติมกรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ นำมาวิเคราะห์เจาะลึกสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนต่อไป

 

 

ที่มา  https://www.hfocus.org/content/2025/04/33665

คลังภาพ

แชร์บทความได้ที่

ข่าวสารและบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Smart RadiO ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว School Roadshow” สร้างวินัยและน้ำใจจราจรให้เยาวชนโรงเรียนนครขอนแก่น

ฟังเพลงออนไลน์จากขอนแก่น พร้อมข่าวสารและเรื่องน่ารู้ผ่านวิทยุออนไลน์ขอนแก่น Smart Radio Thailand

ทำไมคนขอนแก่นเลือกฟังวิทยุออนไลน์ขอนแก่นกับ Smart Radio Thailand?

Smart RadiO ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว School Roadshow” สร้างวินัยและน้ำใจจราจรให้เยาวชนวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น